วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมทดสอบกลางภาคเรียน


     1. ข้อสรุปที่ได้จากบทความ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ความเป็นครูของพระองค์ท่านคือ  ทรงทำให้ดู ” เป็นครูที่พยายามที่จะจูงใจนักเรียนให้มาสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนรู้ให้นักเรียนเข้าใจ และเมื่อจะสอนให้คนดี ครูต้องดีก่อน จะสอนให้เด็กทำอะไรครูต้องเป็นอย่างนั้นก่อน การเรียนไม่ใช่เรียนในเฉพาะห้องเรียนเท่านั้นแต่บางอย่างเราต้องเรียนรู้ด้วยสถานการณ์จริงด้วย และพระองค์ท่านยังทรงสอนให้เคารพคน ให้รู้จักคน ให้เข้าใจคน ให้ รู้ รัก สามัคคี ปรองดองกัน
2. ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
ข้าพเจ้าจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน คือข้าพเจ้าจะนำแนวทางการสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ โดยในการจัดการเรียนการสอนแต่ละครั้ง ข้าพเจ้าจะทำให้นักเรียนดูก่อน เพื่อที่จะจูงใจให้นักเรียนสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนเข้าใจ จะสอนในด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย และข้าพเจ้าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนด้วย

3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร
ข้าพเจ้าจะออกแบบการเรียนการสอนโดยข้าพเจ้าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยจัดการเรียนการสอนแต่ละครั้งข้าพเจ้าจะทำให้นักเรียนดูก่อน เช่น สอนเรื่องการประดิษฐ์ของใช้จากทรงเรขาคณิต ข้าพเจ้าก็จะประดิษฐ์ของใช้จากทรงเรขาคณิตให้นักเรียนดูก่อน เพื่อจูงใจให้นักเรียนสนใจ เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจก็อธิบายและตอบคำถามจนนักเรียนเข้าใจ และในการสอนของข้าพเจ้าแต่ละครั้งข้าพเจ้าจะสอดแทรกทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมให้นักเรียนด้วย

2.บทความเรื่อง วิถีแห่งสตีฟ จ๊อบ (วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรอ่านหน้าที่ 125-128)




    ข้อสรุปที่ได้จากบทความ
      สตีฟ จ๊อบส์ คือ คนที่การศึกษาอย่างเป็นทางการไม่สูงนักแต่ฉลาดและน่าสนใจเขาได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นจากมันสมองอัญชาญฉลาดของเขาสิ่งที่สร้างนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากปาฏิหาริย์ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากมันสมองและสองมือของมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการฝึก ศึกษา พัฒนา และใช้ปัญญา” กว่าเขาจะมาถึงวันนี้เข้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆๆมากมายแต่ก็สามารถพ้นผ่านมาได้จนได้ จนกลายเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน



3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร

สอนเรื่องความสามัคคี
   1.ค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องความสามัคคี
2.เรียบเรียงข้อมูลความสามัคคีที่จะนำมาสอน
3.เขียนจุดประสงค์การสอน
4.นำข้อมูลมาทำสื่อเรียนการสอน เช่น PowerPoint ใบความรู้แจกนักเรียน เป็นต้น
5.ทำ Mind Map เรื่องความสามัคคี
การสอน
1.นำเสนอสื่อการสอน PowerPoint เรื่องความสามัคคี
2.แจกใบความรู้นักเรียนเรื่องความสามัคคี
3.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแล้วให้สรุปสิ่งที่ได้รับแล้วให้ทำ Mind Map เรื่องความสามัคคี
4.นักเรียนนำเสนอ Mind Map เรื่องความสามัคคี หน้าชั้นเรียน
5.เมื่อนำเสนอเสร็จก็ให้บันทึกสิ่งที่ได้รับใบความรู้เรื่องความสามัคคี ที่แจกให้
6. ให้คะแนนความสามัคคีภายในกลุ่มจากการสังเกตของครูในแต่ละกลุ่ม

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4 การทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ


ทักษะในการทำงานเป็นทีม
ความสำคัญของทีม
การสร้างทีมงานและการพัฒนาองค์กรนั้นเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุด   การทำงานเป็นทีมจะเป็นประโยชน์สูงสุดขององค์กรและมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียว
ลักษณะการทำงานร่วมกัน
1.       ทำงานแบบเอาบุคคลมารวมกลุ่ม   ไม่มีการแบ่งหน้าที่    ไม่มีกฏระเบียบ  ไม่มีวัตถุประสงค์  ผลงานอาจสูงหรือต่ำ
2.       ทำงานร่วมกันแบบเป็นคณะหรือเป็นทีม  โดย      สมาชิกทราบวัตถุประสงค์  รู้หน้าที่    มีกฏระเบียบผลงานออกมาสูงเป็นที่พอใจของสมาชิก ทุกคนพอใจในผลงาน
ทีม  คือ การที่บุคคล  2  คน  ขึ้นไป  มาทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการทำงานเป็นทีม
      วิเคราะห์งาน
      กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
      วางแผนการทำงาน
      กำหนดกิจกรรม
      แบ่งงานให้สมาชิกของทีม
      ปฏิบัติจริงตามแผน
      ติดตามผล และนิเทศงาน
      ประเมินขั้นสุดท้าย
อุปสรรคการทำงานเป็นทีม
      1.ขาดการตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น  ขาดการพูดกัน ไม่แจ้งเป้าหมายของงาน
      2. มีการปกปิดข้อมูลผิดพลาดที่ผ่านมา  สมาชิกหลีกเลี่ยงที่จะ           เผชิญปัญหาและร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา
      3.ไม่ได้ใช้วิธีการประชุมหารือ เป็นเครื่องกระตุ้นเพื่อให้สมาชิกเกิด   ความรู้สึกผูกผัน
      4. ขาดการวางแผนงานและเวลา
      5. ไม่มีการแบ่งความรับผิดชอบ  เพื่อให้สมาชิกได้รู้บทบาทที่ชัดเจน
      6. ขาดการประเมินผลการทำงานของทีม  ตารางตรวจติดตามประเมินผล
แนวทางการลดปัญหาในการทำงานเป็นทีม
     1. สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี
     2. มอบหมายงานต้องชัดเจนแน่นอน
     3. ยอมรับในเรื่องความแตกต่างของสมาชิก
     4. ให้ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
     5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย
การสื่อสาร คือ การถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ จากผู้พูดไปสู่ผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ ภาษา น้ำเสียงและกิริยาท่าทาง
ปัจจัยความสำเร็จของผู้พูด
        1.  ทำความเข้าใจกับผู้รับข่าว
        2.  ทำให้เป็นเรื่องง่าย
        3.  ตรงประเด็น
        4.  สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง
ข้อปฏิบัติของผู้รับข่าวหรือผู้ฟังข้อมูลข่าวสาร
 สบตาผู้พูดระหว่างฟัง
  ใช้ภาษาท่าทางและสีหน้า แสดงให้เห็นว่าตั้งใจฟัง เช่น สบตา
  หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจหรือแสดงการเบื่อ
   ถามคำถามที่เกี่ยวข้อง       
พูดโน้มน้าวหรือจูงใจ
การพูดในเชิงชักชวน เกลี้ยกล่อม โน้มน้าว ให้ผู้ฟังเชื่อถือ ศรัทธา   มีความคิดเห็นคล้อยตาม ยอมรับ และปฏิบัติตาม  ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ
ตอบคำถาม เรื่อง การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ
1. แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม เป็นอย่างไร

   การยอมรับความแตกต่างของบุคคล

   แรงจูงใจของมนุษย์

   ธรรมชาติของมนุษย์

                  2. นักศึกษาจะมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบ

การที่จะทำให้ทีมมีประสิทธิภาพจะต้องรู้จักตนเองและรู้จักผู้อื่น เข้าใจต่อเพื่อนร่วมงานและสามารถร่วมกลุ่มกันได้เป็นอย่างดี  ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของงานที่ทำเป็นอย่างดี สมาชิกในกลุ่มทุกคนจะต้องช่วยเหลือกัน มีความสามัคคีกันในกลุ่ม เมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา  และต้องรู้จักหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมาย

กิจกรรมที่ 3 การจัดการเรียนการสอน





          ก่อนศตวรรษที่  21  การเรียนรู้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายในโรงเรียน  มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ  หรือผู้ที่มีความรู้เป็นผู้ถ่ายทอด  และการเรียนรู้ในยุคนี้มนุษย์ไม่รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้ในยุคนี้จะเน้นการใช้ความจำ
          ส่วนการเรียนรู้ในศตวรรษที่  21  การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง  และเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้  มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง    และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้ในยุคนี้จะไม่เน้นการใช้ความจำ
           การที่จะเป็นครูในยุคอนาคตจะต้องเตรียมตัว  คือ  มีประสบการณ์เรียนรู้แบบใหม่  มีทักษะการค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอดเวลา  สามารถถ่ยทอดความรู้ให้แก่นักเรียนได่อย่างมีประสิทธิภาพ  เลือกเนื้อหาที่ทันสมัยให้เหมาะสมกับนักเรียน  และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็น  และที่สำคัญ  คือ  จะต้องมีคุณธรรม   มีจรรยาบรรณของความเป็นครู


การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

แนวคิดดั้งเดิม        เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงเรียน  มีผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้  ต้องการมีหลักสูตรในการกำหนดรายละเอียดเนื้อหาทั้งหมด  มนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้ได้ดีคือการจดจำความรู้ได้มาก โรงเรียนต้องกล่อมเกลามนุษย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

แนวคิดแห่งอนาคต          การเรียนรู้คือชีวิต  เกิดขึ้นได้ทุกที่  สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง  โรงเรียนต้องมีหลักสูตรหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับแต่ละบุคคล  สามารถเรียนรู้และตัดสินใจได้ด้วยตนเองทุกคนควรได้รับการยอมรับในความสามารถของตน  และทุกคนได้รับการกล่อมเกลาให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆในสังคมที่อาศัยอยู่

แนวทางการจัดการรียนรู้         ผู้สอนจะต้องใช้วิธีการสอนที่หลากหลาย  ผู้เรียนกำหนดองค์ความรู้ด้วยตนเอง รู้จักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม  โรงเรียนต้องใช้วิธีสอนที่หลากหลาย  และกฎเหล็กของการศึกษา ควรมีการจัดการเรียนรู้ที่นอกเหนือจากที่โรงเรียน

ระบบการเรียนรู้
           ผู้เรียนเป็นผู้จัดการเรียนเอง  ใช้ระบบเครือข่าย  มีโอกาสเลือกเรียนได้หลากหลาย  มีแผนการเรียนรู้รายบุคคล  คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น  ระบบการประเมินจะหลากหลายขึ้น


คุณลักษณะของครูในยุคศตวรรษที่ 21
1.มีประสบการณ์เรียนรู้แบบใหม่2.มีลักษณะการค้นหาความรู้ได้ตลอดเวลา3.การขยายผลความรู้สู่นักเรียน ประชาชนทั่วไปและชุมชน4.สามารถเลือกเนื้อหาที่ทันสมัย5.เป็นนักประเมินที่ดี6.เป็นผู้ใช้ปลายทางที่ดี7.สามาใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนได้8.ครูร่วมมือกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น9.ครูที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล


นวัตกรรมเทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา          นวัตกรรม คือ ความคิด การปฏิบัติหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากเดิม  ให้ทันสมัยและได้ผลดียิ่งขึ้น

สาเหตุการเกิดนวัตกรรมทางการศึกษา
          การเพิ่มปริมาณผู้เรียน  การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ผู้เรียนมีการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี


ระยะเวลาของนวัตกรรม
ระยะที่ 
1 มีการประดิษฐ์คิดค้น
ระยะที่ 
พัฒนาการ
ระยะที่ 
3 นำไปปฏิบัติ


รูปแบบการพัฒนานวัตกรรม
1.การวิจัยและพัฒนา2.การก๊อบปี้และพัฒนา

ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.ความเร็วในการประมวลผล2.ความถูกต้องในการประมวลผล3.การเก็บบันทึกข้อมูล4.การเผยแพร่ข้อมูล

กิจกรรมที่ 2 ทฤษฎีการการศึกษา





















กิจกรรมที่ 2
ทฤษฏีการศึกษา

               มาสโลว์ เป็นผู้วางรากฐานจิตวิทยามนุษยนิยม ได้พัฒนาทฤษฎีแรงจูงใจ แบ่งความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ออกเป็น ระดับ ได้แก่ 
               1. ความต้องการทางกายภาพ คือ ความต้องการพื้นฐานของร่างกายซึ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ได้แก่อาหาร  น้ำ อากาศ เสื้อผ้า 
               2. ความต้องการความปลอดภัย คือ ความต้องการมั่นคงปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ 
               3. ความต้องการทางสังคม คือ ความต้องการที่จะเป็นที่รักของผู้อื่น ต้องการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น 
               4. 
ความต้องการยกย่องชื่อเสียง คือ ความปรารถนาที่จะมองตนเองว่ามีคุณค่าสูง เป็นที่น่าเคารพยกย่องจากทั้งตนเองและผู้อื่น
               5. ความต้องการที่จะรู้จักตนเองตามสภาพที่แท้จริงและความสำเร็จของชีวิต คือ ความต้องการที่จะรู้จักและเข้าใจตนเองตามสภาพที่แท้จริงเพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองให้สมบูรณ์
               Douglas Mc Gregor : ทฤษฎี และทฤษฎี Y เป็นทฤษฎีการมองต่างมุม
               ทฤษฎีX (Theory X) เป็นปรัชญาการบริการจัดการแบบดั้งเดิม โดยมองว่าพนักงานเกียจคร้าน ไม่กระตือรือร้น ไม่ชอบงานและพยายามหลีกเลี่ยงงาน
               
ทฤษฎี Y (Theory Y) เป็นปรัชญาการบริการจัดการ โดยมองว่าพนักงานมีความรับผิดชอบ มีความคิดริเริ่มในการแก้ปัญหาในการทำงานและไม่มีความเบื่อหน่ายในการทำงาน
               William Ouchi : ทฤษฎี Z เป็นทฤษฎีการคิดนอกครอบ หรือกลุ่มทฤษฎีร่วมสมัยเป็นทฤษฎีที่มองเห็นว่าการจูงใจคนนั้นต้องเป็นไปตามสถานการณ์ การที่จะทำความเข้าใจทฤษฎีได้นั้น ต้องทำความเข้าใจของทฤษฎี และทฤษฎีก่อน
               ทฤษฎี A คือทฤษฎีที่ต้องอาศัยการจัดการจากพื้นฐานของบุคคล ของผู้บริหารที่เกิดขึ้นในอดีต
               ทฤษฎี J คือ การบริหารจัดการแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะที่เรียกว่า การจ้างงานตลอดชีวิต และการบริหารจัดการที่ต้องการตัดสินโดยได้รับการยอมรับจากที่ประชุม



บทที่ 1
มโนทัศน์เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา
1. ความเป็นมาและพัฒนาการบริหาร
-          ตั้งแต่ ค.. 25 เริ่มมีการบริหารเน้นไปทางรัฐประศาสนศาสตร์
-          ต่อมาวงวิชาการเริ่มพัฒนาการบริหารให้เป็น ศาสตร์ สาขาหนึ่ง
2. ความสำคัญของการบริหาร
การบริหารเป็นสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เป็นวิธีที่นำสังคมไปสู่ความเจริญก้าวหน้า
3. ความหมายของการบริหารและการบริหารการศึกษา
การบริหาร หมายถึง การนำนโยบายไปปฏิบัติให้บังเกิดผลงาน
              การบริหารการศึกษา  หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลหลายคนร่วมกันดำเนินการ เพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคมในทุกๆด้าน
4. การบริหารเป็นวิชาชีพชั้นสูง
เพราะตำแหน่งนักบริหารจะต้องได้รับการศึกษาอบรมทางด้านบริหารมากพอสมควร
5. การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์
การบริหารเป็นศาสตร์เพราะการบริหารมีองค์ความรู้ หลักการละทฤษฎี การบริหารเป็นศิลป์เพราะสามารถหลักการและทฤษฎีการบริหารมาประยุกต์ใช้ได้ ผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องเป็นผู้ที่สามารถประยุกต์เอาศาสตร์การบริหารไปใช้อย่างมีศิลปะ
6. ปรัชญาของการบริหารการศึกษา
-          ผู้บริหารต้องมีไหวพริบในการแก้ปัญหา
-          ผู้บริหารต้องเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นมีส่วนร่วมในการทำงาน
-          ผู้บริหารต้องยึดเป้าหมายการศึกษาเป็นหลัก
-          ผู้บริหารถือว่าตนเองเป็นเพียงผู้ประสานประโยชน์
-          ผู้บริหารต้องถือว่าตนเองเป็นผู้นำมิใช่เจ้านาย
-          ผู้บริหารถือว่าตนเองคือนักการศึกษา
-          ผู้บริหารต้องประสานงานและประสานน้ำใจ
-          ผู้บริหารต้องประเมินงานของตนอยู่เสมอ
-          ผู้บริหารต้องเคารพในวิชาชีพของการบริหาร
-          ผู้บริหารต้องหาความรู้ใส่ตนอยู่เสมอ
บทที่ 2
วิวัฒนาการของการบริหารยุคต่างๆและการประยุกต์ใช้ในการบริหารการศึกษา
1. วิวัฒนาการด้านรัฐกิจ
                ระยะที่ การบริหารเป็นไปในองค์การรูปนัย
                ระยะที่ การบริหารเน้นพฤติกรรมองค์การ และเรื่องของมนุษยสัมพันธ์ของคน
                ระยะที่ การศึกษาหันมาผสมผสานแนวคิด พิจารณาทั้งรูปแบบ โครงสร้างขององค์การและตัวบุคคล เป็นองค์ประกอบสำคัญ
2. วิวัฒนาการด้านธุรกิจ
                การพัฒนาหลักการบริหารทำให้เกิดความต้องการวิธีการบริหารที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การบริหารด้านธุรกิจมุ่งแสวงหาผลกำไร
3. การแบ่งยุคของของนักทฤษฎีการบริหาร
      -  ยุคที่ นักทฤษฎีการบริหารสมัยเดิม
      - การประยุกต์ใช้หลักการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
      ยุคที่ ทฤษฎีมนุษยสัมพันธ์
      การประยุกต์ใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ในการบริหารการศึกษา
      ยุคที่ ยุคการใช้ทฤษฎีทางการบริหาร
      - ทฤษฎีองค์การเชิงระบบ
      การประยุกต์เชิงระบบในการบริหารการศึกษา
บทที่ 3
งานบริหารการศึกษา
1. งานของผู้บริหารการศึกษา
                งานที่คนนอกมองว่าเป็นงานที่ผู้บริหารต้องทำ
                งานที่คนนอกมองว่าผู้บริหารควรทำ
                งานที่ตัวผู้บริหารการศึกษาเองคิดว่าเป็นความรับผิดชอบที่ตนต้องทำ
2. ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร
                ทักษะในคตินิยม ผู้บริหารของโรงเรียนต้องเข้าใจหน่วยงานของตนในทุกลักษณะ เห็นความสัมพันธ์ของหน่วยงานตนต่อหน่วยงานอื่น และรอบรู้ทุกด้านในศาสตร์ที่เกี่ยวกับการศึกษา
                ทักษะในทางมนุษยสัมพันธ์ ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความสามารถในการทำงาน เสริมสร้างพลังความร่วมมือระหว่างสมาชิก มีความมั่นใจ มีความรู้ และมีประสบการณ์ในการทำงาน
                ทักษะในทางเทคนิค เป็นความสามารถในการใช้เทคนิคในการบริหารงาน เกี่ยวกับกระบวนการ วิธีดำเนินการ
3. การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพของนักบริหาร
                ผู้บริหารต้องรู้จักการวางนโยบาย รู้จักแบ่งงาน วางแผนงาน รู้จักการจัดองค์การ ผู้บริหารต้องใช้บุคลากรให้เป็น ต้องหาเงินมาเพื่อการบริหาร และผู้บริหารต้องประเมินผลงานอยู่เสมอ
บทที่ 4
กระบวนการทางการบริหารการศึกษา
การบริหารการศึกษาจำเป็นต้องมีกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานอย่างมีระเบียบ เพื่อให้การผลิตเด็กและเยาวชนเป็นมนุษย์ที่มีความรู้ ความสามารถ ตรงตามต้องการของสังคมปัจจุบัน
กระบวนการบริหารการศึกษา ประกอบด้วยขั้นตอน ประการ คือ
1.      Planning คือ การวางแผนหรือกำหนดโครงการ ประกอบด้วยนโยบาย วัตถุประสงค์ แนวปฏิบัติ และมาตรฐานของงาน
2.      Organization คือการจัดอง๕กร โดยจัดแบ่งองค์กรเป็นหน่วยย่อย พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน
3.      Staffing คือ การดำเนินการบริหารงานบุคคล เป็นการวางนโยบายและระเบียบในการดำเนินงานเกี่ยวกับบุคคล
4.      Directing คือ การวินิจฉัยสั่งการ การสั่งการเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารในการกำหนดให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงาน
5.      Coordinating คือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานขององค์การเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
6.      Reporting คือการรายงานผลการปฏิบัติงาน และการประชาสัมพันธ์ขององค์การ
7.      Budgeting คือการบริหารงบประมาณการเงิน
บทที่ 5
องค์การและการจัดองค์การ
องค์การ หมายถึง การรวมตัวของคนตั้งแต่ คนขึ้นไป มีจุดหมายร่วมกันในการทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยอาศัยกระบวนการจัดโครงสร้างของกิจกรรม เพื่อแบ่งงานให้แก่สมาชิกในองค์การดำเนินการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย
องค์การที่อยู่รอบตัวเรา คือ องค์การทางสังคม องค์การทางราชการ และองค์การเอกชน
การจัดองค์การมีความจำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์ องค์ประกอบในการจัดองค์การมีหน้าที่การงานเป็นภารกิจ การแบ่งงานกันทำ และการรวมและการกระจายอำนาจในการจัดองค์การ
บทที่ 6
การติดต่อสื่อสาร ( Communication )
                การสื่อสาร คือกระบวนการติดต่อเกี่ยวข้องและประสานงานระหว่างบุคคล โดยอาศัยการถ่ายทอด และการรับข้อมูล เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
                กระบวนการในการติดต่อสื่อสารมีปัจจัย ตัว คือ สื่อที่ใช้ในการติดต่อ ช่องทางที่สื่อจะผ่าน และกระบวนการ
                วิธีการติดต่อสื่อสารในการบริหารโรงเรียน
1.      ทางวาจา คือการประชุมปรึกษาเป็นกลุ่ม หรือรายบุคคล เพื่อครูได้ทราบข้อควรปฏิบัติ ปัญหาต่างๆที่เกิด ขึ้น  ภายในโรงเรียน
2.      ทางการเขียน ใช้วิธีการเขียนจดหมายโต้ตอบ หรือการใช้บันทึกการรายงาน จดหมายประจำวัน
3.       ทั้งทางวาจาและทางการเขียน
4.       การใช้กิจกรรม เช่น การจัดปฐมนิเทศ การพบปะสังสรรค์
5.       การใช้อุปกรณ์ ใช้ภาพ แผนภูมิ เครื่องขยายเสียง
บทที่ 7
ภาวะผู้นำ
                ผู้นำ คือบุคคลที่สามารถใช้ศิลปะในการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นให้ร่วมมือกันปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
                องค์ประกอบที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำคือ
1.      ผู้นำ เป็นบุคคลที่ต้องมีบุคลิก ลักษณะนิสัยที่แสดงออกถึงภาวะผู้นะ
2.      ผู้ตาม คือผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามผู้นำ
3.      สถานการณ์ สภาพแวดล้อม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้นำต้องทันข่าว ทันเหตุการณ์
หน้าที่ของผู้นำ
1.      ผู้นำต้องมีความรับผิดชอบต่อองค์การ
2.      ผู้นำต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
3.      ผู้นำต้องมีความรับผิดชอบต่อหน่วยงานอื่นในองค์การเดียวกัน
4.       ผู้นำต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง
บทที่ 8
การประสานงาน ( Coordination )
การประสานงาน คือ การจัดระเบียบวิธีการทำงาน เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายขององค์การอย่างสมานฉันท์และมีประสิทธิภาพ
ความมุ่งหมายในการประสานงาน
1.             ช่วยให้คุณภาพและผลงานเป้ไปตามวัตถุประสงค์
2.             เพื่อขจัดความซ้ำซ้อนของการทำงานโดยไม่จำเป็น
3.             เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
หลักการประสานงาน
1.             จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารที่ดี
2.             จัดให้มีระบบของความร่วมมือที่ดี
3.             จัดให้มีระบบการประสานงานที่ดี
4.             จัดให้มีการประสานนโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์การให้สอดคล้องกัน
5.             จัดให้มีการป้อนงานในรูปกระบวนการบริหารที่ครบวงจร
บทที่ 9
การตัดสินใจสั่งการหรือการวินิจฉัยสั่งการ ( Decision Making )
                การวินิจฉัยสั่งการ คือ การสั่งงาน หมายถึง การตกลงที่จะยุติข้อขัดแย้ง โต้เถียง โดยให้มีการกระทำไปในทางหนึ่งทางใดที่ได้มีการพิจารณาและตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว
                การตัดสินใจและวินิจฉัยสั่งการ ผู้บริหารควรมีหลักการ คือ ความถูกต้อง การยอมรับ และสามารถปฏิบัติได้โดยคำนึงถึงกฎหมายบ้านเมือง และปทัสถานทางสังคม
                กระบวนการตัดสินใจโดยใช้เหตุผล
ขั้นที่ กำหนดปัญหา
ขั้นที่ ค้นหาทางเลือก
ขั้นที่ การประเมินทางเลือก
ขั้นที่ ทำการตัดสินใจ
ขั้นที่ การปฏิบัติตามการตัดสินใจ
ขั้นที่ การประเมินผลลัพธ์และการจัดหาการป้อน
บทที่ 10
ภารกิจของผู้บริหารโรงเรียน
                ผู้บริหารโรงเรียน มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดบริหารทางการศึกษาแก่สังคมได้อย่างดี งานบริหารโรงเรียนได้แก่ กระบวนการทำงานที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน นักเรียน อาคารสถานที่ งานธุรการ และการติดต่อสร้างสัมพันธ์กับชุมชน
การบริหารงานวิชาการ ผู้บริหารต้องรู้ รับผิดชอบ ควบคุมดูแล การวางแผนวิชาการ การจัดแผนการเรียน การจัดตารางการเรียนการสอน การจัดครูเข้าสอน การพัฒนาการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาครูด้านวิชาการ การจัดกิจกรรมนักเรียน การวัดและประเมินผลการเรียน งานทะเบียนนักเรียน และการประเมินผลทางวิชาการ
                การบริหารบุคคล คือ การใช้คนให้ทำงานให้ทำงานได้ผลดีที่สุด ภายในระยะเวลาสั้นที่สุด สิ้นเปลืองเงินวัสดุอุปกรณ์น้อยที่สุด












กิจกรรมที่1


 กิจกรรมที่ 1  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา

     การบริหาร  หมายถึง  การจัดสรรงานให้แก่สมาชิกในองค์กรตั้งแต่ สองคนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกัน
     การศึกษา  หมายถึง  การทำให้เกิดความรู้  เพื่อให้ร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคมและสติปัญญาเปลี่ยนไปในทางที่ดี และเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ชีวิต
     การบริหารการศึกษา  หมายถึง  การดำเนินงานของกลุ่มบุคคล เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิดความสามารถ และความเป็นคนดี

แนะนำตนเอง

ชื่อ                       นางสาวเชษฐ์ธิดา    ด้วงดี <ตุ๊กตา>
วันเกิด                  1  กุมภาพันธ์   2534
ที่อยู่                      2/137   ถ. พัฒนาการคูขวาง  ต. ในเมือง  อ.  เมือง 
                              จ. นครศรีธรรมราช   80000
กำลังศึกษาอยู่        มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช    คระครุศาสตร์ 
                                หลักสูตรสังคมศึกษา   04
อุดมการณ์               ทำวันนี้    ให้ดีกว่าเมื่อวาน
ความฝัน                  เป็นคุณครู<แม่พิมพ์ของชาติ>
อาหารที่ชอบ            ข้าวผัดพริกแกง; ต้มยำกุ้ง
สีที่ชอบ                     ฟ้า;ชมพู