วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 8


ครูในอุดมคติ



        ครูในอุดมคติของข้าพเจ้าจะต้องมีความเมตตากรุณา รัก หวังดี ศิษย์ทุกคนโดยเท่าเทียมกันมีความยุติธรรม เที่ยงตรง เสียสละ มีจรรยาบรรณ ความเป็นครู กล่าวคือมีจิตวิญญาณความเป็นครู ที่สำคัญต้องมี ความรู้ ความสามารถ ในศาสตร์วิชาที่จะสอนด้วยเข้าใจศิษย์ถึงความแตกต่างของศิษย์แต่ละคน เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานที่แตกต่างกันไปครูที่ดีจึงต้องพิจารณานักเรียนแต่ละคนเป็นรายบุคคลไป ใช้เหตุผลในการสอนไม่ใช้อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ มีความสุภาพอ่อนโยน แต่งตัวสุภาพ หน้าตาแจ่มใส่  นอกจากจะสอนให้นักเรียนรู้ในศาสตร์วิชาที่จะเรียนแล้วยังจะต้องสอนคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียนด้วย เพื่อให้นักเรียนเป็นทั้งคนที่มีความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรมไปพร้อมๆกัน เป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองต่อไป

กิจกรรมที่ 7


             ให้นักศึกษาศึกษาดูโทรทัศน์ครู ให้เลือกเรื่องที่นักศึกษาสนใจมาคนละ 1 เรื่อง  และเขียนลงในบล็อกกิจกรรมของนักเรียน ดังนี้

1. สอนเรื่องอะไร  ผู้สอนชื่อ  ระดับชั้นที่สอน
              เรื่องแผนภูมิกับการพรางตัว   ผู้สอน ผศ.พิมพ์พร อสัมภินพงศ์    ระดับชั้นที่สอนประถมศึกษาปีที่ 6
2. เนื้อหาที่ใช้สอนมีอะไรบ้าง
              เนื้อหาที่ใช้สอนจะเกี่ยวกับเรื่องแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง กราฟ และแผนภูมิวงกลม
3. จัดกิจกรรมการสอนด้าน (สติปัญญา=IQ, อารมณ์=EQ, คุณธรรมจริยธรรม=MQ)
              การจัดกิจกรรมการสอนด้านสติปัญญา   ครูได้ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม  นำอุปกรณ์ต่างๆ เช่น  ใบไม้  ก้อนหิน  เหรียญ   และตาราง 100 ช่อง   มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง กราฟ และแผนภูมิวงกลม ซึ่งเมื่อนักเรียนได้ทำการเก็บรวมรวมข้อมูลก็จะสามารถทำการนำเสนอข้อมูลออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทางด้านสติปัญญาของผู้เรียนให้มีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบสามารถนำอุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวมาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้                                                                                                                       
              การจัดกิจกรรมการสอนด้านอารมณ์  ครูได้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน   ทำให้นักเรียนไม่เบื่อและเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียน  
              การจัดกิจกรรมการสอนด้านคุณธรรมจริยธรรม   ครูได้มอบหมายงานให้นักเรียนทำและปลูกฝังความรับผิดชอบในการทำงานให้กับนักเรียน 
4. บรรยากาศการจัดห้องเรียน เป็นอย่างไร
             บรรยากาศในการจัดห้องเรียนมีการจัดห้องเรียนอย่างสะอาด   มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย     โต๊ะ เก้าอี้  มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ   ตามฝาผนังห้องเรียนมีการจัดแต่งโดยการติดข้อความหรือข้อมูลต่างๆที่ให้ความรู้แก่นักเรียน  และ เกิดความงามดูแล้วสบายตา 

กิจกรรมที่ 6

เศรษฐกิจพอเพียง

           จุดหมายในปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและ ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายและประชาชนโดยทั่วไป พบว่า มีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน ในส่วนที่หนึ่ง เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ และเพื่อให้พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี สำหรับในส่วนที่สอง คือ เพื่อให้สมดุล (ทั้งด้านวัตถุสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม)
กรอบแนวคิด

เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา


คุณลักษณะ

เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติตนบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน

ความพอเพียงที่ประกอบกันขึ้นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องประกอบด้วย 3คุณลักษณะ พร้อมๆ กัน ดังนี้

(1) ความพอประมาณ หมายถึง ความเหมาะสมของการดำเนินงาน ทั้งในแง่ของขนาดที่ไม่เล็กเกินไปหรือไม่ใหญ่จนเกินตัว แต่เป็นไปตามอัตภาพและสภาพแวดล้อม และในแง่ของจังหวะเวลาที่ไม่เร็วเกินไปหรือไม่ช้าจนเกินไป แต่รู้จักทำเป็นขั้นตอนเพื่อให้การดำเนินงานมีความก้าวหน้า โดยที่ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

(2) ความมีเหตุผล หมายถึง การพิจารณาที่จะดำเนินงานใดๆ ด้วยความถี่ถ้วนรอบคอบ ไม่ย่อท้อ ไร้อคติ คำนึงถึงเหตุและปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม เกิดประสิทธิผล เกิดประโยชน์และความสุข โดยปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

(3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หมายถึง การจัดองค์ประกอบของการดำเนินงาน ให้มีสภาพพร้อมรองรับต่อผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี


เงื่อนไข

การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ

เงื่อนไขความรู้ หมายถึง เครื่องอาศัยของการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย ความรอบรู้ คือ ความรู้ลึกในงานที่ทำและความรู้กว้างในสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ที่เกี่ยวพันกับงานที่ทำ ความระลึกรู้ (สติ) คือ การยั้งคิดพิจารณาและรู้ทันสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะกระทำการใดๆ และความรู้ชัด (ปัญญา) คือ การเห็นและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างกระจ่างชัด ถูกต้องตามเหตุตามผลและตามจริง

เงื่อนไขคุณธรรม หมายถึง เครื่องอาศัยของการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปอย่างดีงาม ประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต คือ ความประพฤติชอบ มีการพูดและการกระทำซื่อตรงต่อหน้าที่การงาน ต่อตนเอง และต่อผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง มีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่คดโกง ไม่หลอกลวง และไม่เอารัดเอาเปรียบ ความอดทน มีความเพียร คือ ความบากบั่น ความกล้าแข็ง มีความหนักแน่น ไม่ท้อถอย ทำให้การดำเนินงานรุดหน้าเรื่อยไปจนประสบผลสำเร็จ และความรอบคอบระมัดระวัง คือ การพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในทุกแง่ทุกมุมก่อนที่จะดำเนินงาน เพื่อมิให้เกิดความเผอเรอและพลั้งพลาด

กิจกรรม 5 ครูที่ชื่นชอบ


   Uraiwan

  •         ชื่อ: นางอุไรวรรณ ศิวะกุล (สกุลเดิม ทัฬหพงศ์พันธุ์)
  •       
  •         ที่อยู่ปัจจุบัน: เลขที่ 35 อาคารวรรณสรณ์ ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท กทม. 10400
  •         
  •         โทรศัพท์ที่ทำงาน: (02) 306-0850-59
  •          
  •          สถานภาพสมรส: แต่งงาน คู่สมรสชื่อ นายอนุสรณ์ ศิวะกุล [(อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
  • ปัจจุบันผู้บริหารบริษัทวรรณสรณ์ และโรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์ (เคมี อ.อุ๊)]
  •        
  •           มีบุตร-ธิดารวม 2 คน:
    บุตรชาย: นายอกนิษฐ์พล ศิวะกุล
  •                     บุตรสาว: นางสาวอธิปพร ศิวะกุล 


1.ประวัติการศึกษาย่อ ๆ

       ระดับมัธยมศึกษา วุฒิ มศ. 3 เมื่อ พ.ศ. 2515 จากโรงเรียนสตรีระนอง
      
       ระดับอนุปริญญา วุฒิ ป.กศ.สูง (เอกวิทยาศาสตร์) เมื่อ พ.ศ. 2519 จากวิทยาลัยครูภูเก็
      
       ระดับปริญญาตรี วุฒิ กศ.บ. (เกียรตินิยมอันดับ 1) เมื่อ พ.ศ. 2523 จาก มศว. สงขลา
      
       ระดับปริญญาโท วุฒิ กศ.ม. (เคมี) เมื่อ พ.ศ. 2525 จาก มศว. ประสานมิตร

2.ประวัติการทำงาน ย่อๆ
การรับราชการ

      พ.ศ. 2519–2521 รับราชการที่โรงเรียนทับหลีสุริยวงศ์ จ.ระนอง จากนั้นลาออกจากราชการเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
        
          พ.ศ. 2526–2532 รับราชการที่โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ จ.กรุงเทพฯ
          
        พ.ศ. 2532–2537 รับราชการที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จ.กรุงเทพฯ หลังจากนั้นลาออกจากราชการเพื่อประกอบธุรกิจส่วนตัว
การสอนกวดวิชา
         
        พ.ศ. 2525 เริ่มสอนกวดวิชาในขณะที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท เพื่อเป็นงาน พิเศษในขณะที่กำลังศึกษาอยู่
         
        พ.ศ. 2529–253เริ่มเปิดเป็นโรงเรียนกวดวิชาของตนเองครั้งแรก ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
          
        พ.ศ. 2532–ปัจจุบัน เปิดเป็นโรงเรียนสอนกวดวิชา โรงเรียนวรรณสรณ์ ซึ่งมีสาขาทั้งสิ้น 20 สาขา ได้แก่
    3.ผลงานของครูที่นักเรียนชอบ

    ผลงาน


    ด้านการสอน
             เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการสอนวิชาเคมี จนสามารถทำให้โรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์มีชื่อเสียงโด่งดัง ในนามที่ทุกคนกล่าวขานเรียกกันติดปากว่า "เคมี อ.อุ๊"
    ด้านการเขียน
             ปริญญานิพนธ์เรื่อง "การศึกษาปริมาณของปรอทในไข่ไก่ และการถ่ายทอดปรอทไปยังลูกไก่"
      - เป็นผลงานที่ได้รับเลือกให้ได้รับทุนการวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ มศว.ประสานมิตร
      - ได้รับคัดเลือกให้แสดงผลงานการวิจัยในการจัดนิทรรศการวิชาการ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
              งานเขียนตำรา ประกอบการเรียนการสอนวิชาเคมี ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
      รางวัล และ คำชื่นชมจากสื่อต่างๆ
    โล่และเกียรติบัตร
              กระทรวงศึกษาธิการ  มอบโล่เกียรติคุณให้ไว้เพื่อแสดงว่า  สมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนกวดวิชา  สนับสนุนนิทรรศการมหกรรมวันการศึกษาเอกชน  พ.ศ. 2553  ที่จัดโดยสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ร่วมกับ สมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย  ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์  2553         นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มอบเกียรติบัตรให้แด่ อาจารย์อุไรวรรณ ศิวะกุล เพื่อแสดงว่า เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการ “รินน้ำใจ ให้น้องชาวใต้ เสริมความรู้ สู่มหาวิทยาลัย” ร่วมปฏิบัติภารกิจโดยไปทำการสอนวิชาเคมีที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ไว้ ณ วันที่ 15 มกราคม 2549
              กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบประกาศเกียรติคุณแด่ อาจารย์อนุสรณ์ และอาจารย์อุไรวรรณ ศิวะกุล (เคมี อ.อุ๊) ผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดี) ให้ไว้ ณ วันที่ 7 กันยายน 2548
     4.นักเรียนประยุกต์สิ่งที่ดีของครูมาใช้ในการพัฒนาตนเอง

             เราสามารถนำแนวการสอน การเป็นแบบอย่างที่ดีของอาจารย์อุไรวรรณ ศิวะกุล  ประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการสอนในอนาคตได้ เพราะอาจารย์อุไรวรรณ ศิวะกุล เป็นอาจารย์ที่นักเรียนรักและเารพ รวมทั้งมีกลยทธ์ในการสอนทำให้นักเรียนมีความสขกับการเรียนและอาจารย์อุไรวรรณได้บอกกุญแจแห่งความสำเร็จนี้ว่า มี ประการหลักคือ
            
            1. ผู้ที่จะเปิดโรงเรียนกวดวิชา ต้องมีความมุ่งมั่น คุณภาพการสอนเป็นอันดับ เพราะผู้เรียนจะเป็นผู้ เลือก
            
            2. ต้องคิดถึงผู้เรียนเป็นหลัก บริการที่ให้ต้องพร้อมและคำเสนอแนะของนักเรียน ผู้ปกครองนำพัฒนาและปรับปรุง
            
            3. ต้องมีทีมงานที่ดี และต้องผูกพันกับทีมงานให้ได้มรู้ทั้งด้านวิชาการ และมีคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นครูดีเด่น

    วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

    กิจกรรมทดสอบกลางภาคเรียน


         1. ข้อสรุปที่ได้จากบทความ

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ความเป็นครูของพระองค์ท่านคือ  ทรงทำให้ดู ” เป็นครูที่พยายามที่จะจูงใจนักเรียนให้มาสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนรู้ให้นักเรียนเข้าใจ และเมื่อจะสอนให้คนดี ครูต้องดีก่อน จะสอนให้เด็กทำอะไรครูต้องเป็นอย่างนั้นก่อน การเรียนไม่ใช่เรียนในเฉพาะห้องเรียนเท่านั้นแต่บางอย่างเราต้องเรียนรู้ด้วยสถานการณ์จริงด้วย และพระองค์ท่านยังทรงสอนให้เคารพคน ให้รู้จักคน ให้เข้าใจคน ให้ รู้ รัก สามัคคี ปรองดองกัน
    2. ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
    ข้าพเจ้าจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน คือข้าพเจ้าจะนำแนวทางการสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ โดยในการจัดการเรียนการสอนแต่ละครั้ง ข้าพเจ้าจะทำให้นักเรียนดูก่อน เพื่อที่จะจูงใจให้นักเรียนสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนเข้าใจ จะสอนในด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย และข้าพเจ้าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนด้วย

    3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร
    ข้าพเจ้าจะออกแบบการเรียนการสอนโดยข้าพเจ้าจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยจัดการเรียนการสอนแต่ละครั้งข้าพเจ้าจะทำให้นักเรียนดูก่อน เช่น สอนเรื่องการประดิษฐ์ของใช้จากทรงเรขาคณิต ข้าพเจ้าก็จะประดิษฐ์ของใช้จากทรงเรขาคณิตให้นักเรียนดูก่อน เพื่อจูงใจให้นักเรียนสนใจ เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจก็อธิบายและตอบคำถามจนนักเรียนเข้าใจ และในการสอนของข้าพเจ้าแต่ละครั้งข้าพเจ้าจะสอดแทรกทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมให้นักเรียนด้วย

    2.บทความเรื่อง วิถีแห่งสตีฟ จ๊อบ (วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรอ่านหน้าที่ 125-128)




        ข้อสรุปที่ได้จากบทความ
          สตีฟ จ๊อบส์ คือ คนที่การศึกษาอย่างเป็นทางการไม่สูงนักแต่ฉลาดและน่าสนใจเขาได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นจากมันสมองอัญชาญฉลาดของเขาสิ่งที่สร้างนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากปาฏิหาริย์ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากมันสมองและสองมือของมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการฝึก ศึกษา พัฒนา และใช้ปัญญา” กว่าเขาจะมาถึงวันนี้เข้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆๆมากมายแต่ก็สามารถพ้นผ่านมาได้จนได้ จนกลายเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน



    3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร

    สอนเรื่องความสามัคคี
       1.ค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องความสามัคคี
    2.เรียบเรียงข้อมูลความสามัคคีที่จะนำมาสอน
    3.เขียนจุดประสงค์การสอน
    4.นำข้อมูลมาทำสื่อเรียนการสอน เช่น PowerPoint ใบความรู้แจกนักเรียน เป็นต้น
    5.ทำ Mind Map เรื่องความสามัคคี
    การสอน
    1.นำเสนอสื่อการสอน PowerPoint เรื่องความสามัคคี
    2.แจกใบความรู้นักเรียนเรื่องความสามัคคี
    3.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันแล้วให้สรุปสิ่งที่ได้รับแล้วให้ทำ Mind Map เรื่องความสามัคคี
    4.นักเรียนนำเสนอ Mind Map เรื่องความสามัคคี หน้าชั้นเรียน
    5.เมื่อนำเสนอเสร็จก็ให้บันทึกสิ่งที่ได้รับใบความรู้เรื่องความสามัคคี ที่แจกให้
    6. ให้คะแนนความสามัคคีภายในกลุ่มจากการสังเกตของครูในแต่ละกลุ่ม

    วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

    กิจกรรมที่ 4 การทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ


    ทักษะในการทำงานเป็นทีม
    ความสำคัญของทีม
    การสร้างทีมงานและการพัฒนาองค์กรนั้นเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุด   การทำงานเป็นทีมจะเป็นประโยชน์สูงสุดขององค์กรและมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียว
    ลักษณะการทำงานร่วมกัน
    1.       ทำงานแบบเอาบุคคลมารวมกลุ่ม   ไม่มีการแบ่งหน้าที่    ไม่มีกฏระเบียบ  ไม่มีวัตถุประสงค์  ผลงานอาจสูงหรือต่ำ
    2.       ทำงานร่วมกันแบบเป็นคณะหรือเป็นทีม  โดย      สมาชิกทราบวัตถุประสงค์  รู้หน้าที่    มีกฏระเบียบผลงานออกมาสูงเป็นที่พอใจของสมาชิก ทุกคนพอใจในผลงาน
    ทีม  คือ การที่บุคคล  2  คน  ขึ้นไป  มาทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
    ขั้นตอนการทำงานเป็นทีม
          วิเคราะห์งาน
          กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
          วางแผนการทำงาน
          กำหนดกิจกรรม
          แบ่งงานให้สมาชิกของทีม
          ปฏิบัติจริงตามแผน
          ติดตามผล และนิเทศงาน
          ประเมินขั้นสุดท้าย
    อุปสรรคการทำงานเป็นทีม
          1.ขาดการตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น  ขาดการพูดกัน ไม่แจ้งเป้าหมายของงาน
          2. มีการปกปิดข้อมูลผิดพลาดที่ผ่านมา  สมาชิกหลีกเลี่ยงที่จะ           เผชิญปัญหาและร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา
          3.ไม่ได้ใช้วิธีการประชุมหารือ เป็นเครื่องกระตุ้นเพื่อให้สมาชิกเกิด   ความรู้สึกผูกผัน
          4. ขาดการวางแผนงานและเวลา
          5. ไม่มีการแบ่งความรับผิดชอบ  เพื่อให้สมาชิกได้รู้บทบาทที่ชัดเจน
          6. ขาดการประเมินผลการทำงานของทีม  ตารางตรวจติดตามประเมินผล
    แนวทางการลดปัญหาในการทำงานเป็นทีม
         1. สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี
         2. มอบหมายงานต้องชัดเจนแน่นอน
         3. ยอมรับในเรื่องความแตกต่างของสมาชิก
         4. ให้ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
         5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย
    การสื่อสาร คือ การถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ จากผู้พูดไปสู่ผู้ฟังโดยใช้ถ้อยคำ ภาษา น้ำเสียงและกิริยาท่าทาง
    ปัจจัยความสำเร็จของผู้พูด
            1.  ทำความเข้าใจกับผู้รับข่าว
            2.  ทำให้เป็นเรื่องง่าย
            3.  ตรงประเด็น
            4.  สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง
    ข้อปฏิบัติของผู้รับข่าวหรือผู้ฟังข้อมูลข่าวสาร
     สบตาผู้พูดระหว่างฟัง
      ใช้ภาษาท่าทางและสีหน้า แสดงให้เห็นว่าตั้งใจฟัง เช่น สบตา
      หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจหรือแสดงการเบื่อ
       ถามคำถามที่เกี่ยวข้อง       
    พูดโน้มน้าวหรือจูงใจ
    การพูดในเชิงชักชวน เกลี้ยกล่อม โน้มน้าว ให้ผู้ฟังเชื่อถือ ศรัทธา   มีความคิดเห็นคล้อยตาม ยอมรับ และปฏิบัติตาม  ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ
    ตอบคำถาม เรื่อง การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ
    1. แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม เป็นอย่างไร

       การยอมรับความแตกต่างของบุคคล

       แรงจูงใจของมนุษย์

       ธรรมชาติของมนุษย์

                      2. นักศึกษาจะมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบ

    การที่จะทำให้ทีมมีประสิทธิภาพจะต้องรู้จักตนเองและรู้จักผู้อื่น เข้าใจต่อเพื่อนร่วมงานและสามารถร่วมกลุ่มกันได้เป็นอย่างดี  ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของงานที่ทำเป็นอย่างดี สมาชิกในกลุ่มทุกคนจะต้องช่วยเหลือกัน มีความสามัคคีกันในกลุ่ม เมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา  และต้องรู้จักหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมาย